นิทาน ความจริง 3

posted on 03 Oct 2012 21:59 by sylfaria
นิทาน ความจริง 3
 
"การเดินทางของคนโง่"

 
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานจนไม่อาจระบุเวลาที่แน่ชัดได้ 
มีชายคนหนึ่ง ที่แสวงหาสิ่งที่เรียกว่า ความจริง ... แล้วเขาก็ได้ดังหวัง 
แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่เขาได้นั้นจะเรียกว่าเป็น พรจากพระเจ้าหรือคำสาปจากซาตานดีนะ
 
แต่นั่นก็โทษใครไม่ได้ เพราะว่าทุกสิ่งที่เขาได้มานั้นเป็นสิ่งที่เขาเลือกที่จะร้องขอมาเองทั้งนั้น
 
...
 
หลังจากที่เขาหนีออกจาโรงพยาบาล ในวันนั้น
เขาได้กลับไปยังบ้านที่จากไปนาน บ้านของเขากับเธอคนนั้น . . .
เขาเปลี่ยนทรัพย์สมบัติทุกอย่างเป็น "เงิน" 
แล้วเขาก็ออกเดินทาง. . . . อย่างไร้จุดหมาย . . . . 
 
ของพวกนั้น . . .ไม่ว่ายังไง มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว. . .
 
เพราะ ตัวเขาคนก่อนนั้น . . . ตายไปแล้ว . . . 
 
เขาเดินทางไปตามเมืองต่าง ๆ ทำตัวจืดจาง ไม่สุงสิงกับใคร หวาดกลัวการพบปะหน้าผู้คน 
นั้นก็เพราะดวงตาของเขานั้นทำให้ทุกสิ่งที่เขาเห็น มันไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยเห็นมาตลอดนั้นเอง 
เห็นมากเกินไป ได้ยินมากเกินไป ไม่อาจควบคุมพลังนี้ได้ . . .
ชีวิตที่ไม่อาจตายได้ ชีวิตที่จะได้เห็นนรกบนดิน
ชีวิตที่จะได้อยู่กับเสียงกระซิบแห่งความจริง ...
 
ที่ว่า ไม่ว่าเขาจะทำยังไงก็ไม่อาจหลีกหนีพ้นมันไปได้ตลอดกาล. . . 
 
เขาเดินทางไปตามเมืองต่าง ๆ สิงอยู่ที่ห้องสมุดประจำเมืองอ่านทุกอย่าง อ่านอย่างบ้าคลั่ง ไหน ๆ ก็ได้เห็นได้ยินขนาดนั้นแล้ว ก็เอาให้มันถึงที่สุด . . .  
ใช่แล้ว เขาเรียกว่าเป็น บ้าไปแล้วก็ได้ เขาบ้าและสิ้นหวังกับสิ่งที่เรียกว่ามนุษย์ . . . . 
 
น้ำตา เหือดแห้ง ไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว . . . 
 
เวลานี้  ลึก ๆ เขารู้แล้วว่าสิ่งที่เขาตามหาไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่า "ความจริง" อย่างกาลก่อนอีกต่อไป
 
แต่เป็น  "อะไรก็ได้"  ที่จะทำให้เขาหลุดพ้นจากสถานการณ์บ้า ๆ อย่างนี้ได้ 
 
ทำทุกอย่าง ทุกวิถีทางที่จะทำได้ อ่านทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าตำนาน หรืออะไรก็ตาม เขาทำทุกอย่าง 
 
แต่แทบทุกอย่างมันก็เป็นเพียงเรื่อง "โกหก" เกือบทั้งสิ้น . . .
หากจะมีเรื่องที่เป็นความจริง นั้นก็แค่ส่วนน้อย . . . ที่ไม่สำคัญกับชีวิตเขาเลย...
โดยมากจะถูกผู้คนแต่งเติมเข้าไปจนเกินควาจริงไปมาก สุดท้าย เขาก็ยังไม่พบหนทาง 
เขาเดินทางต่อไป ไร้ชื่อ ไร้จุดหมาย . . . .
 
ความจริงในประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ที่เขาได้รับรู้ตอนนี้เป็นยังไงไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว 
 
รู้แล้วยังไง ?
บอกใครได้หรอ ?
บอกไปมีคนเชื่อหรอ ?
แต่ถึงจะมีคนเชื่อบ้าง...แล้วมันสามารถเปลี่ยน ไอ้สถานการณ์บ้า ๆ ของเขาตอนนี้ได้หรอ ?
 
คำตอบก็คือ "ไม่ !"
 
 
เป็นเวลาหลายปีที่เขาทำย่างนั้น ตามหาไปเรื่อย ไร้จุดหมาย ไร้หนทาง . . . . . . .
 
. . . การเดินทางของคนโง่ . . .
...
..
.
.
 
 
 
 
แต่แล้ว สิ่งที่เรียกว่าแสงสว่างอันริบหรี่มันมีอยู่เสมอ . . .
 
วันหนึ่งเขาได้พบกับหนังสือเล่มนั่นเข้า 
หนังสือเก่าแสนเก่า ราวกับว่าเพียงแค่เปิดออกมันก็อาจจะสลายหายไปกับมือเลยก็ได้
 
เขาได้มันมาจากร้านขายของเก่าร้านหนึ่งในเมืองเล็ก ๆ ที่ไม่ต้อนรับผู้คนจากโลกภายนอก 
 
เขารู้สึกว่าตอนนี้ตัวเขาได้บ้าไปแล้ว เขาสับสนในตัวเองอย่างยิ่ง
แล้วอยู่ ๆ ความสับสนต่าง ๆ ก็หายไป
 
...เขาหัวเราะกับตัวเอง ใช่แล้ว "เขาบ้าไปแล้ว"...
 
บ้าไปแล้วตั้งแต่วันนั้น ที่เขาตัดสินใจเชื่อข่าวลือตำนานบ้า ๆ นั่น
แล้วเข้าไปในป่ามายาตามตำนานนั้น
แล้วก็บ้าบอพอที่จะร้องขอในสิ่งที่น่าจะคิดได้ว่ามันจะทำลายชีวิตเขา 
ใช่แล้วเขา "บ้า" จริง ๆ ....
 
ความสับสนหายไป .. .. เขาตัดสินใจค่อย ๆ เปิดหนังสือเล่มนั้นอย่างไม่รีรออีกต่อไป...
 
 
ทันทีที่ตัวอักษรตัวแรก เขาสู่สายตาของเขา ราวกับภาพต่าง ๆ ร้อยเรียงเป็นเรื่องราว ให้เขาได้เห็น
 
"ความจริงที่แอบซ่อน . . . ที่เขาแสวงหามาตลอดทาง"
 
เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง . . .หัวเราะทั้งน้ำตา หัวเราะ และร้องไห้พร้อม ๆ กัน..
 
ปากพร่ำบอกแค่ว่า . . . พบแล้ว . . . แสงสว่างอันน้อยนิด
 
....
 
หนังสือเล่มนี้ในสายตาของคนทั่ว ๆ ไป มันก็เป็นเพียงหนังสือบันทึกการเดินทาง เก่า ๆ เล่มหนึ่ง
. . . ที่แสนไร้ค่า . . .
 
....แต่ในสายตาของเขา มันคือ ลายแทงแห่งมหาสมบัติ ที่จะช่วยบำบัดความบ้าของเขาตอนนี้ได้....
 
. . . ไม่อย่างนั้น . . . 
 
เขาคงได้กลายเป็นฆาตกรที่โลกตะลึงแน่ๆ  
 
 
หนังสือบอกเล่าเรื่องราวของหมู่บ้านลึกลับต่าง ๆ ที่ตัดขาดจากโลกภายนอก
 
หนังสือไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้เขียน และเขาเองก็ไม่ได้เห็นด้วยว่า ใครเขียน . .
 
แต่ ใครจะเขียนก็ช่าง . . .ตอนนี้เขาไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว
 
เขาหวังเพียงแค่ในนี้จะมีสถานที่แห่งนั้นซ่อนอยู่ สถานที่จะทำให้เขาหลุดพ้นจากสภาพบ้า ๆ นี้ได้ ...
 
 
 
แล้วเขาก็พบ. . ."หมู่บ้านไร้ชื่อที่ถูกลืมเลือน". . .  
.
 
ภาพที่เขาเห็นเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งนี้ ไม่ได้ชัดเจน แต่เขารู้ได้ว่าที่แห่งนี้ล่ะ ที่จะปลดปล่อยเขาจากสภาพบ้า ๆ นี้ได้  เส้นทางที่ภาพจากตัวหนังสือที่แสดงให้เขาเห็นนั้นทำให้เขารู้แล้วว่า เขาจะไปถึงที่นั่นได้อย่างไร . . .
 
เขาไม่รีรอที่จะเก็บกระเป๋า แล้วออกเดินทางทันที 
โดยไม่ลืมที่จะเก็บหนังสือเอาไว้ในกระเป๋าอย่างมิดชิดราวกับ ไม่สิ เพราะมันคือ สมบัติอันแสนล้ำค่าของเขา
 
เขาฝันถึงภาพที่เขาได้เห็น หมู่บ้านไร้ชื่อสีาว ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาหิมะอันแสนไกล
ภาพที่เรียกว่างดงามที่สุดในชีวิตเขา . . .
 
เขาก้าวตามภาพฝันนั้น ด้วยหัวใจที่ชุ่มชื่นที่สุดในรอบ หลายสิบ ปีแห่งนรกบนดินนี้ . . .
 
 
"อีกนิดเดียว. . . อีกนิดเดียวเท่านั้น"
 
 
....................................................................
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet